{Co-fic CNN Snoww&bonussen} =SF= Forever with you 1/3

posted on 16 Feb 2013 18:58 by bonussen in CoFiction
Title: [SF] Forever with you
Part : 1/3
Author: Snoww&bonussen
Paring: Channuneo
Rate: NC+

--------------------------------------

 
 
 
 
 

ฉันจะอยู่ข้างเธอเสมอ...Forever with you.



“ปล่อยได้แล้ว!” ร่างบางกระชากเสียงออกคำสั่งคนที่จับกระชับข้อมือเขาจนแน่น “เมื่อไหร่นายจะเลิกตื่นตูมสักทีชานซอง” เมื่อมือใหญ่คลายออกจุนโฮก็บ่นด้วยสีหน้าหงุดหงิดทันที ก่อนพลิกข้อมือตัวเองไปมา รอยแดงจางๆ ที่ปรากฎรอบข้อมือทำให้หัวคิ้วที่แทบชิดติดขมวดเข้าหากันมากยิ่งขึ้น

“ข้อมือฉันแดงเพราะนาย” ร่างบางยื่นมือขึ้นในระดับสายตาของคนตัวสูง เพื่อให้ชายหนุ่มได้เห็นผลงานที่ตัวเองเป็นคนก่อไว้ “รับผิดชอบทำให้หายซะชานซอง” เรียวปากอวบอิ่มยกยิ้มราวกับกำลังสะใจ เมื่อฮวางชานซองใบหน้าถอดสีอย่างเห็นได้ชัดจนมือที่เลื่อนขึ้นประคองจับมือบางข้างนั้นดูออกสั่นเทาเล็กน้อย

“ขอโทษครับคุณหนูจุนโฮ”

“ฉันไม่ต้องการคำขอโทษ” มือบางขืนจากการกระชับของฝ่ามือหนาแสร้งทำเป็นไม่สนใจร่างของคนที่เพียงยืนนิ่งตรงหน้า ก่อนค่อยๆ เลื่อนจัดแต่งปกคอเสื้อของตนที่ถูกทำให้ยับยู่ยี่จากแรงดึงของร่างสูง โดยเขาไม่แม้แต่คิดสบมองดวงตาคมที่ยังคงเฝ้ามองด้วยประกายหวั่นๆ “คราวนี้..อะไรอีกละชานซอง”

“ขอผมดูข้อมือหน่อยได้ไหมครับ”

เสียงทุ้มถูกปรับโทนน้ำเสียงให้นุ่มลงเพียงจะเอ่ยถามคนตัวเล็กด้วยความเป็นกังวล แต่ดวงตาเรียวกลับปรายมองมาที่เขานิ่งๆ “ดู? ฉันสั่งให้นายทำให้หาย นายทำได้รึเปล่า” รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นบนดวงหน้าเนียนใส แม้จุนโฮจะรู้ดีถึงความเป็นห่วงเป็นใยที่อีกคนมีให้เขาเสมอ

“ถ้านายจะแค่ดูอย่างเดียว ก็ไม่จำเป็นหรอกนะ มันก็แค่ข้อมือช้ำๆ” แต่ถึงอย่างนั้นท่าทีของร่างสูงที่เพียงปฏิบัติกับเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ ก็ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะอยากแกล้ง

“ขอโทษครับผมไม่ได้ตั้งใจลงน้ำหนักมือแรงขนาดนั้น..” ใบหน้าที่ถอดสีกลับฉายแววกังวลออกมาอย่างไม่ปกปิด ก่อนนิ้วเรียวจะค่อยๆแตะสัมผัสลงบนข้อมือขาวราวกับต้องการดูดซับร่องรอยแดงช้ำ ให้ซึมผ่านปลายนิ้วเข้ามายังร่างของเขาแทน “ผมแค่เป็นห่วงกลัวว่าคุณหนูจะโดนนักข่าวพวกนั้นรุมสัมภาษณ์จนได้รับบาดเจ็บเหมือนคราวที่แล้วอีก” ชานซองอธิบายเหตุผลที่ว่าทำไมเขาต้องกลายเป็นกระต่ายตื่นตูมจนคว้าข้อมือ เจ้านายตัวเล็กออกวิ่งหนีนักข่าวพวกนั้นซะเกือบรอบสนามบิน จนสุดท้ายกลับกลายเป็นว่าจุนโฮต้องมาเจ็บตัวเพราะเขาเสียเอง


“ชานซอง” ร่างสูงเพียงถูมือปลอบข้อมือบางแผ่วเบา จนทำให้คนตัวเล็กอดไม่ได้ที่จะอารมณ์เสียไปกับการกระทำครึ่งๆ กลางๆ ของอีกคน “เลิกเล่นได้แล้ว” จุนโฮเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ

“ทำได้แค่นี้ใช่ไหม น่าเบื่อชะมัด” มือขาวถูกกระชากกลับคืนอย่างไม่สบอารมณ์นัก “เรื่องที่ใครๆ ก็ทำได้ ฉันไม่ต้องให้นายมาทำให้หรอกนะ”

“แต่คนทำก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบไม่ใช่เหรอครับ” ชานซองเลือกที่จะเถียงกลับด้วยโทนเสียงที่พยายามปรับให้แข็งกระด้างน้อยลง ก่อนกระเป๋าในมือคนตัวเล็กจะถูกเขาคว้าแย่งเอามา “แล้วอีกอย่างทั้งหน้าที่ดูแล และบริการก็เป็นหน้าที่ของผม”

“นายกำลังบ่นที่ต้องดูแลฉันงั้นหรือไง”

“ตรงไหนที่ผมบ่นอย่าหาเรื่องกันสิครับ” ร่างสูงเถียงกลับด้วยรอยยิ้มในท่าทางที่เริ่มเอาแต่ใจของเจ้านายตัวน้อย

จุนโฮขมวดคิ้วเล็กน้อยกับถ้อยคำของร่างสูง “ถ้านายไม่ชอบหน้าที่ของนาย ทำไมไม่ขอไปทำอย่างอื่นล่ะ ต้องคอยดูแล บริการฉันตลอดเวลาคงน่าเบื่อสำหรับนายใช่ไหมล่ะ”

“บางทีก็เบื่อครับ..”

“นายไม่มีสิทธิ์เบื่อนะ!”

“คุณหนูถาม...ผมก็แค่ตอบไปตามที่รู้สึก”

จุนโฮผลักหัวไหล่หนาออกอย่างไม่พอใจกับคำตอบเท่าไรนัก “ถ้าพูดอย่างนั้น นายก็น่าเบื่อสำหรับฉันเหมือนกัน” ถ้อยคำประชดประชันจากความน้อยใจในคำตอบของร่างสูง

“งั้นเราก็รู้สึกตรงกันสิครับ” บอดี้การ์ดหนุ่มแสร้งทำสีหน้าเห็นด้วย พลางก้าวเข้าใกล้เจ้านายตัวน้อยเพื่อวางฝ่ามือโอบลงบนเอวเล็ก “แต่ผมว่าตอนนี้คุณหนูต้องไปเช็คอินเพื่อขึ้นเครื่องแล้วนะครับ” ก่อนออกแรงดันร่างที่พยายามจะฝืนยืนอยู่กับที่ให้ก้าวเดินไปยังเคาน์เตอร์ด้านหน้าด้วยกัน

“ทำไมต้องรีบด้วยละ ถึงยังไงก็มีแค่นายกับฉันอยู่ดี”

ชานซองคว้าข้อมืออีกข้างของร่างบางขึ้นมา “งั้นคุณหนูก็ดูเวลาเอาเองนะครับ” ดวงตาคมเพ่งมองลงไปบนหน้าปัดนาฬิกาเรือนหรูที่จุนโฮสวมใส่อยู่ “นาฬิกาก็ตั้งแพงคงไม่เจ๋งจนเดินไม่ตรงหรอกมั้งครับ”

ตาเรียวจ้องมองใบหน้าคมที่โน้มใกล้เพียงครู่หนึ่ง ก่อนจะเบนความสนใจมายังหน้าปัดนาฬิกา “..ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้นสักหน่อย” จุนโฮดึงมือของตนกลับ ก่อนจะเดินลิ่วไปข้างหน้าไม่สนใจร่างสูง “ถ้าจะรีบก็เดินให้ไวๆ สิ”


ฉันจะอยู่ข้างเธอเสมอ...Forever with you.




ซองจดหมายสีชมพูอ่อนค่อยๆ ถูกเปิดออกด้วยความบรรจง ก่อนกระดาษแผ่นเล็กที่สอดอยู่ด้านในจะถูกมือใหญ่หยิบดึงออกมาอย่างเบามือ ชานซองคลีจดหมายที่ถูกพับอยู่ออกช้าๆ ทำราวกับว่ากระดาษแผ่นนั้นเป็นกลีบดอกไม้แสนบอบบางที่ต้องทนุถนอม

ข้อความเดิมๆ ยังคงถูกเขียนส่งมาให้เขาอ่านซ้ำๆอยู่เสมอ ประโยคที่แสนอบอุ่นถูกเรียบเรียงมาด้วยลายมือคุ้นตา ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยการบอกรักหากแต่ไม่เคยลงนามของผู้เขียน

ต้องทำอย่างไรคนผู้นั้นถึงจะยอมเผยตัวตนออกมาสักที...

จังหวะการหายใจเข้าออกของคนที่นั่งเคียงข้างกลับดึงดวงตาคมให้หันมาจดจ้องด้วยรอยยิ้มบางๆ ภายในห้องโดยสารชั้นหนึ่งที่มีเพียงแสงไฟสลัว จากระยะการเดินทางที่ยาวนาน คงมีเพียงร่างสูงที่ยังคงไม่สามารถข่มตาหลับได้

ดวงตาคมยังคงทอดมองดวงหน้าหวานที่พริ้มหลับสนิทราวกับเด็กน้อย คงมีแค่ตอนนี้เท่านั้นสินะ ที่คุณหนูจอมเอาแต่ใจอย่างอี จุนโฮ จะลดการป้องกันยอมเอนพิงเคียงข้างเขา

“ตอนพูดคำว่ารักจะมีสีหน้าแบบไหนกันนะ” กระดาษแผ่นเล็กถูกพับก่อนสอดเก็บไว้ที่