[OS-Junbro] เคือง! {Hot & Spicy}

posted on 14 Jun 2012 14:02 by bonussen in Other
Title: เคือง!
By : bonussen
Pairing: Junbro & {???x???, ???x???}
Taste : {Hot & Spicy}
Talk : เรื่องนี้ถือว่าเป็นฟิคคลายเครียดน้า หวังว่าจะชอบนะคะ
------------------------------------------------------------------
 
~bonussen~
 
"เฮ้อ... " ใบหน้าขมวดคิ้วของพี่ชายเสียงดีประจำวงไอดอลสัตว์ป่า ทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะเผลอถอนหายใจตามเป็นครั้งที่เท่าไรก็ไม่รู้ของวันนี้..
ชั่วโมงการช็อปปิ้งเคยเป็นส่วนหนึ่งที่ผมโปรดปรานมากที่สุดของการเดินทางมาทัวร์คอนเสิร์ทที่ต่างประเทศ

แต่ลองหันกลับมาดูตอนนี้สิ ฮึก T^T

ด้วยตารางงานที่แน่นเอี๊ยดก่อนหน้า
พอ ทัวร์คอนเสิร์ทรอบนี้จบเรียบร้อย ทางต้นสังกัดที่เห็นใจต่อความทุ่มเทและการทำงานหนักของพวกเราทั้งหก เลยให้รางวัลด้วยการปล่อยให้ได้เตร็ดเตร่ พักผ่อนเพิ่มอีกวันสองวันก่อนกลับบ้าน โดยมีแค่ชานซองกับอูยองที่ต้องรีบกลับเกาหลีก่อนเพราะงานด่วน เลยเหลือแค่ผม พี่คุณ พี่จุนซูและก็พี่แทคที่ได้พักเปื่อยกันที่นี่อีกนิดหน่อย

จะว่าไปแล้ว ปัญหามันเริ่มต้นขึ้นที่จุดนี้แหละ เพราะไม่มีสองคนนั้นอยู่ ผมก็เลยไม่มีใครไปเดินช้อปปื้งเป็นเพื่อน
พี่ คุณก็มัวแต่ขลุกเล่นโน้ตบุคกันสองคนกับพี่แทค ซึ่งรายนั้นเองก็พอกันเลย! ได้หลงเข้าโลกไซเบอร์หน่อย! โลกภายนอกจะเป็นยังไงแทบจะไม่รับรู้!
ผม ที่ถูกทอดทิ้งให้นอนเกลือกกลิ้งบนเตียงหน่ายๆ สบจังหวะที่หันไปปะทะกับพี่ชายเสียงดีประจำวงที่นอนฟังเพลงด้วยสีหน้าเอือมๆ เนือยๆเท่านั้นแหละ
เห็น พี่ชายที่รักเป็นแบบนั้นแล้ว มีหรอที่อี จุนโฮจักรพรรดิผู้แสนใจดีจะอยู่เฉยๆได้ แน่นอนว่า คนขี้เป็นห่วงอย่างผม ก็ต้องจัดการลากแกมบังคับพาพี่ชายหน้าสวยไปเปลี่ยนบรรยากาศข้างนอก ช่วยถือของให้ผมแทนอยู่แล้วล่ะ~

ใน ตอนแรกผมก็เดินก้าวกระโดดกระดี๊กระด๊าออกจากโรงแรมมาอยู่หรอก กะไว้ว่า 'ช็อปปิ้งบำบัด' จะช่วยปรับอารมณ์พี่เค้าให้ดีขึ้นได้แน่ๆ แต่กลับมาดูตอนนี้สิ...."เฮ้อ..."

ช่วงเวลาแสนสุขของผมวันนี้ กลับกลายเป็นช่วงเวลาแสบทรวงแทนซะอย่างนั้น T^T

คิดดูสิ
เลือกซื้อของแต่ละทีพี่จุนซูก็เอาแต่ทำหน้าเนือยๆ ตอบแบบขอไปที
กางเกง ยีนสีเข้มในร้านแรกที่ผมได้ลอง ทั้งๆที่ตัวผมเองก็ถูกใจมากๆ หมุนตัวโชว์ให้คนพี่ช่วยวิจารณ์ว่าผมสวมแล้วเป็นไง คาดหวังว่าเขาต้องชมว่าเหมาะกับผมมากแน่ๆ แต่ปรากฎว่าพี่จุนซูกลับกระตุกหางคิ้ว กอดอกมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า ตอบกลับมาแค่ว่า “ตาตี่

พอผมลองหมวก ยืนบิดส่องกระจก ส่องแล้วส่องอีกให้แน่ใจชัวร์ๆว่าคราวนี้ไม่มีทางที่พี่ชายหน้าสวยจะว่าผมได้แน่ๆ
รีบ วิ่งไปสะกิดพี่จุนซู หวังว่ารอบนี้จะต้องผ่านฉลุยชัวร์! พี่จุนซูมองหน้าผมนิ่งๆ ก่อนเผยรอยยิ้มบางๆ ที่ทำให้ผมได้แต่เผลออมยิ้มตาม กะได้คำชมจากคนพี่เต็มที่ แต่ผลที่ได้กลับเป็น “ก้นโด่ง

จังหวะ ที่ผมหยิบแว่นกันแดดขึ้นมา ยังไม่ทันจะได้ลองสวมดีๆ ก็ต้องรีบวางแทบจะทันทีที่ได้ยินเสียงของคนพี่ที่ขมวดคิ้วมองผมก่อนพูดเพียง สั้นๆว่า "อ้วนชัวร์ๆ"

เอ่อ! ใช่เซ้ ผมมันใส่กางเกงแล้วดูตาตี่! ใส่หมวกแล้วก้นโด่ง! ใส่แว่นแล้วอ้วนชัวร์ๆ! จะใส่อะไรก็ไม่เข้า! ไม่มีอะไรดีสักอย่าง พอใจรึยัง ฮึ่ย! คิดแล้วอารมณ์เสียชะมัด!~
ผม เดินลิ่วหน้าไม่สนใจคนพี่ที่เดินเอื่อยๆตามหลังมาอย่างเนือยๆ ถอนหายใจพลาง มุ่ยหน้าพลาง ยิ่งเห็นก็ยิ่งหงุดหงิด พี่จุนซูเซื่องซึมทั้งวันแบบนี้ ผมก็เลยพลอยไม่มีอารมณ์จะเลือกซื้อของไปด้วย ถึงจะไม่สบอารมณ์นักแต่ให้ปล่อยไว้เฉยๆก็ทำไม่ได้

ผมหมุนขวับ รี่ตรงไปหาพี่ชายเสียงดี เพื่อเผชิญกับเขาตรงๆ

พี่่จุน ซู! พี่เป็นอะไรกันแน่! หงุดหงิดอะไรก็พูดมาตรงๆสิฮะ!” หรี่มองคนเป็นพี่ที่จิ๊ปากไม่สบอารมณ์เท่าไรนัก พี่จุนซูขมวดคิ้วเสหลบสายตา ริมฝีปากเรียวขยับขึ้นลง แต่เสียงกลับแผ่วเบาเกินกว่าจะเรียบเรียงเป็นถ้อยคำได้ ผมนิ่งรอจังหวะอีกสักพักรอให้เขายอมอ่อนลงอีกหน่อย

“จุนโฮ...พี่...” นัยน์ตาเรียวต้องลุกโตด้วยประกายวาวทันทีที่พี่ชายคนโตยอมปริปาก
เพียงแค่สิ่งที่ดึงความสนใจผมนั้นกลับไม่ใช่คำพูดของพี่จุนซู แต่เป็น...

เบลซ เซอร์ สีครีมคอลเลคชั่นใหม่ของอาร์มานี่ที่ตั้งโชว์ตระหง่านภายในกระจกโชว์หน้า ร้านนั้นตังหากล่ะ!! ถ้าให้ลองคิดดูดีๆแล้ว กับกางเกนยีนส์สีเข้มร้านแรกที่พี่จุนซูหาว่าผมใส่แล้วตาตี่ กับหมวกทรงเก๋สีน้ำตาลอ่อนที่พี่จุนซูบอกว่าผมใส่แล้วก้นโด่ง ได้ลองจับมาเข้าคู่กันแล้ว~ มันต้องเพอร์เฟคสุดๆแน่ๆเลย!!~ จะว่าไปอีกอย่างที่ขาดไม่ได้ก็ต้องแว่นกันแดดที่พี่จุนซูเล็งเห็นว่า หากผมใส่แล้วต้องอ้วนแหงๆ นั่นก็อีกชิ้นหนึ่ง โอ้ว ถ้าทั้งหมดรวมชุดกันแล้วต้องเท่มากๆอี จุนโฮ คอนเฟิร์ม~ แค่คิดเนื้อตัวก็เต้นไปหมดแล้ว

เอาล่ะ!! ผมจะลบคำครหาที่พี่จุนซูแอบพาดพิงมาก่อนหน้านี้ทั้งหมดแล้วตรงดิ่งไปไล่ซื้อตามที่วางแผนไว้!!

"...ฮ..." คราวนี้แหละ! "น....โ.." เหมาหมด! "....โฮ.." กวาดเรียบ!
"...จุน โฮ" อ้ะห๊ะ!! เสียงเรียบๆคุ้นหูดึงผมจากการประมวลความคิดด้านแฟชั่น ผมเบนสายตาออกจากเบลซเซอร์แมนสวยตรงหน้าอย่างเสียดาย ก่อนจะหันมาประสานกับคนนัยน์ตาสวยที่จ้องมองมาทางผมด้วยสายตาเย็นยะเยือก

ผมกลืนน้ำลายเข้าไปอึกใหญ่ กับสายตาเชือดเฉือนคู่นั้น ดูเหมือนว่า... ผมจะถูกจับได้แล้วล่ะสิ...

ผมยิ้มเจื่อนๆให้กับพี่จุนซูก่อนพูดเสียงแผ่ว "ผ ผมว่าสูทตัวนั้นน่าจะเหมาะกับพี่นะฮะ.."
พี่ชายนัยน์ตาสวยเหลียวมองตามทิศทางที่ผมพยักเพยิดชี้นำให้กับเขา ก่อนหันกลับมาประสานสายตากับผมที่ได้แต่ยิ้มตอบอย่างกล้าๆ กลัวๆ

ปากเรียวของพี่จุนซูเชิดยิ้มขึ้น พร้อมกับน้ำเสียงนุ่มที่เชือดเฉือนจิตใจผมเสียเหลือเกิน
"พี่ ว่าจะซื้อตัวนั้นแหละ ยังไงน่าจะเข้ากับพี่มากกว่าคนตาตี ก้นโด่ง อ้วนชัวร์ๆล่ะ นะ" เน้นถ้อยคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ แค่นั้นยังไม่พอยังมีกะจิตกะใจเรียงลำดับเหตุการณ์ให้ซะเสร็จสรรพด้วย ผมล่ะซึ้งใจกับพี่เขาซะจริงๆ ไม่รู้ว่านี่ผมแอบไปทำอะไรให้พี่เขาเคืองรึเปล่าพี่จุนซูถึงได้มาจิกกัดผมซะ ขนาดนี้เนี่ย อ่ะฮึกๆ...ฮืออออ T^T ชะตากรรม~

ผมเดินคอตกตามพี่ชายหน้าสวยที่ดูจะมีสีหน้าสบายใจขึ้นมานิดนึงหลังจากนั้น พวกเรากลับมาถึงโรงแรมด้วยสภาพอ่อนล้า
อย่างน้อยก็ผมคนหนึ่งล่ะที่หมดแรง คนพี่เดินตัวปลิวไปนู่นแล้วล่ะนั่นน่ะ

"เฮ้อ... "ผม เดินหอบข้าวของพะรุงพะรังอยู่เต็มสองมือ มีทั้งถุงของอาร์มานี่ที่ข้างในมีเบลซเซอร์สีครีมที่ผมเคยเล็งไว้ ถุงกางเกงยีนส์สีเข้มร้านแรก กับหมวกทรงเก๋ และก็แว่นกันแดด ผลสุดท้ายพวกเราก็ไล่ตระเวนย้อนกลับไปซื้อของที่ผมเล็งๆเอาไว้ทั้งหมดตอน แรก

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ของหมดนี้กลับไม่มีของผมเลยสักกะชิ้น

นอกจากที่พี่จุนซูจะไล่ซื้อข้าวของที่ผมมนใจไว้ตั้งแต่แรกเท่านั้นไม่พอ ยังบังคับให้ผมเป็นคนถือให้อีก
นี่ ผมกำลังโดนพี่จุนซูลงโทษอยู่รึเปล่านิ แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง อย่างน้อยก็ช่วยกระซิบบอกกันหน่อยได้มั้ย ว่าผมทำผิดอะไรหรอออออ!!! T^T ฮึกๆ...

ได้แต่เดินสลดตามแผ่นหลังของพี่จุนซูเข้าไปในลิฟท์ของโรงแรม
คน นิ้วเรียวเลือกกดปุ่มชั้นที่ 32 เพื่อขึ้นไปที่ห้องพักของพวกเรา ผมเดินเอื่อยเฉื่อยทั้งหมดแรง ทั้งบอบช้ำทางจิตใจ ก่อนเอนแผ่นหลังพิงกับกระจกลิฟท์ ที่มีวิวทิวทัศน์ของภายนอกเป็นแบล็คกราวน์ คงเพราะเป็นช่วงเวลาทำงานตัวลิฟท์จึงมีแค่ผมกับพี่จุนซูอยู่กันแค่สองคน

ลิพท์ไต่ขึ้นอย่างเชื่องช้าได้เพียงแค่สี่ ถึงห้าชั้น

...หวืดดดด...
ก่อนจะหยุดลงดื้อๆซะอย่างงั้น ดวงไฟที่ดับวูบลงเฉยๆในเวลาใกล้เคียงกัน
ไม่ รู้ว่าอะไรจะประจวบเหมาะขนาดนี้ วันๆนี้คงจะไม่ใช้วันของผมซะล่ะมั้ง เฮ้อ...เพียงแสงยามบ่ายจากภายนอกที่พาดผ่านกระจกสีชาที่ส่องเข้ามา ข้างในเป็นที่พักสว่างไสวที่เดียวตอนนี้

ผมมองดูพี่จุนซูที่ดูเหมือนจะเริ่มอารมณ์ขุ่นขึ้นอีกครั้ง นิ้วเรียวกดย้ำซ้ำๆ ที่ปุ่มชั้นรัวๆอย่างไม่สบอารมณ์
แขนเรียวคว้าหยิบโทรศัพท์ฉุกเฉินสนทนากับปลายสายสักพัก ก่อนจะกระแทกหูแรงๆ ดูท่าเขาจะไม่พอใจเท่าไรกับคำตอบของปลายสาย

"ย่ะ ห์! อุบัติเหตุ ไฟดับงั้นหรอ แล้วจะต้องติดอีกนานแค่ไหนนิ!" เสียงนุ่มของคนพี่เอ่ยโวยวายอย่างหงุดหงิด ผมมองมือเรียวที่คว้าหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงขึ้นมา คนพี่กดปุ่มโทรศัพท์สองสามปุ่ม ก่อนยืนนิ่งไปสักพัก จดจ้องหน้าจอด้วยใบหน้าครุ่นคิด ทันทีที่นัยน์ตาสวยของคนพี่สอดประสานกันกับผมที่เฝ้ามองการกระทำของเขาอยู่ ตลอด พี่จุนซูก็รีบเก็บโทรศัพท์คู่ใจไว้ในกระเป๋าตามเดิม

"ไม่ มีสัญญาณน่ะ" พี่ชายเสียงดีเอ่ยเสียงแผ่ว ผมไม่ได้ติดใจมากนักจึงไม่คิดหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาเช็ค ถอนหายใจอ่อนแรง วันนี้เดินมาทั้งวันแล้วผมก็อยากรีบกลับห้องเพื่อไปพักผ่อนสักหน่อย แต่ไหงต้องกลับมาติดในลิพท์ซะอย่างงั้น ค่อยๆ เบนใบหน้าออก พิงหัวกับกระจกเฝ้ามองผู้คนที่คราครั่งบนท้องถนน

"จะ มีคนเห็นพวกเรามั้ยนะ..." เปรยขึ้นมาลอยๆ ทาบมือแนบกร